เลนส์ไวด์ยอดนิยมที่คนรักถ่ายรูปต้องมี

Tokina At-X pro 12-28mm

ปัจจุบันด้วยเทคโนโลยด้านภาพถ่าย ทำให้การถ่ายภาพและกล้องถ่ายรูปเดี๋ยวนี้ไม่ได้เป็นเรื่องยาก เรื่องใหญ่แต่อย่างใด กล้องเดี๋ยวนี้ราคาไม่เท่าไรพอซื้อหากันได้ เหตุผลนี้เองทำให้กิจกรรมการถ่ายรูป คนชอบถ่ายรูปมีมากขึ้นตามไปด้วย หนึ่งในอุปกรณ์ที่ต้องมีนั่นคือเลนส์ไวด์ ว่าแต่เราจะเลือกซื้อเลนส์ไวด์ไหนดี Tokina At-X pro 12-28mm ตัวแรกไปดูเลนส์มุมกว้างจากค่าย Nikon ตัวนี้เราขอแนะนำเลยสำหรับมือใหม่หัดเล่นกล้องที่จะหัดเล่นเลนส์ไวด์ ข้อดีของรุ่นนี้มีโฟกัสสูงสุด 28 mm ข้อดีทำให้เราสามารถถ่ายรูปแลนด์สเคปออกมาได้ดี บวกกับความสามารถพื้นฐานที่ถ่ายงานแบบอื่นด้วย แต่ข้อเสียตัวเลขค่า F น้อยไปหน่อยทำให้การถ่ายรูปในที่สภาพแสงน้อย ถึงน้อยมาก อาจจะทำให้ได้ภาพที่ไม่สวยงามเท่าไรนัก Samyang AF14mm เลนส์ตัวที่สองแบรนด์อย่าง Samyang ดูจะไม่ค่อยคุ้นหูบ้านเราสักเท่าไรเนื่องจากเป็นแบรนด์สัญชาติเกาหลี หากเรามองข้ามเรื่องแบรนด์ไปคุณภาพก็ถือว่าใช้ได้อยู่เหมือนกัน มาดูข้อดีบ้างเลนส์ไวด์ตัวนี้มีระบบออโต้โฟกัสรวดเร็ว แม่นยำ น่าจะเหมาะกับมือใหม่อย่างมาก อีกจุดหนึ่งเป็นเรื่องรูรับแสงกว้างเชียว 2.8 เลยทำให้เราถ่ายรูปในสภาพแสงน้อย หรือ ตอนกลางคืนออกมาได้ดี แต่ถ้าเป็นตอนกลางวันภาพก็คมชัด ส่วนข้อเสียเป็นเรื่องภาพมุมกว้างไม่กว้างตามต้องการ Canon EF-S แคนนอน แบรนด์ยอดนิยมสำหรับคนเล่นกล้องตั้งแต่มือใหม่ไปจนถึงมืออาชีพ แถมตัวนี้ราคาไม่ถึงหมื่นด้วยน่าจะพอสอยกันได้อย่างไม่ยากนัก แคนนอนตัวนี้มาพร้อมสรรพคุณครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็นระบบป้องกันการสั่นไหวช่วยให้ถ่ายภาพได้ชัดแบบไม่ต้องใช้ขาตั้งกล้อง  เลนส์น้ำหนักเบา พกพาสะดวก(ทำให้ไม่ต้องแบกจนหลังแอ่น) ไฮไลต์เด็ดเป็นการเปลี่ยนโฟกัสทำได้เร็วทันใจ ไม่สะดุด และไม่มีเสียงรบกวนเวลาถ่ายภาพวิดีโอน่าจะช่วยให้มือใหม่ทำอะไรได้มากขึ้นเลย ข้อเสียเป็นรูรับแสงน้อยไม่ตอบโจทย์การถ่ายกลางคืนหรือสภาพแสงน้อย Sigma 10-20 mm ยี่ห้อนี้

ช่างภาพเข้าใช้เมมโมรี่แบบไหน

ช่างภาพเข้าใช้เมมโมรี่แบบไหน

สิ่งหนึ่งที่ทำให้กล้องดิจิตอลได้รับความนิยมเหนือกล้องฟิล์ม จนมันตายไปในที่สุดนั่นคือ ปริมาณการถ่ายภาพที่ทำได้มากกว่าหลายเท่าตัวเลยก็ว่าได้ กล้องฟิล์มอาจจะถ่ายได้เพียงแค่ 30 กว่ารูปต่อครั้งไหนจะค่าฟิล์ม ค่าล้าง ค่าอัดภาพอีก แต่กล้องดิจิตอลตัดเรื่องนั้นไปได้เลย เราเก็บข้อมูลภาพเหล่านั้นด้วย เมมโมรี่ ที่เพิ่มมากขึ้นไปเรื่อยๆว่าแต่ช่างภาพเค้าใช้ เมมโมรี่ การ์ดแบบไหนกันมาดู ปริมาณความจุ พูดถึงเมมโมรี่แล้ว ปริมาณความจุ เป็นเรื่องแรกที่หยิบมาก่อนเลย แน่นอนว่าปัจจุบันมีเมมโมรี่ความจุหลากหลายแบบตั้งแต่ 16GB, 32GB, 64GB และในอนาคตคาดว่าจะมีเยอะกว่านี้อีกแม้ว่าควาจุมากขึ้นจะทำให้เก็บภาพได้มากขึ้นก็จริง ในทางกลับกันมันก็เสียเวลาในการอ่านด้วยเช่นกัน ควรเลือกขนาดกลางๆไว้ดีกว่า เราขอแนะนำไปที่ 32GB เหมาะที่สุด หากบันทึกงานละเอียดแบบภาพระดับ 4K อาจจะต้องสำรองไปหลายชิ้นหน่อย ความเร็วในการอ่าน เมมโมรี่การ์ดนั้น ความสามารถในการจุภาพ ข้อมูลต่างๆว่าสำคัญแล้ว การอ่านข้อมูลก็ถือว่าสำคัญเหมือนกัน เนื่องจากเรื่องนี้จะเชื่อมโยงสำหรับการเซฟ การเรียกข้อมูลเวลาลงคอมพิวเตอร์ด้วย ความเร็วในการอ่านมีหลายระดับแต่หากเลือกได้ ระดับUHS-I จะดีหน่อย หรือดีที่สุดต้องเป็น UHS-II สังเกตุง่ายด้านหลังจะมีแถบสีทองสองแถบ อันนี้แหละเร็วแบบทิ้งไม่เห็นฝุ่นเลยทีเดียว การถ่ายโอนไวไฟ การถ่ายภาพเดี๋ยวนี้นอกจากถ่ายสวยแล้วยังต้องมีแชร์เพื่อให้โลกรู้ด้วยเหมือนกัน หากเป็นกล้องสมัยใหม่ที่มีระบบไวไฟในตัวก็ดีไปช่วยได้เยอะ แต่ถ้าหากไม่มีการมองหาเมมโมรี่การ์ดที่มีระบบไวไฟในตัวก็จะช่วยได้เช่นกัน เมมโมรี่ แบบนี่ช่วยเรื่องการถ่ายโอนข้อมูลไวไฟก็จริงแต่ว่าความเร็วในการถ่ายโอนข้อมูลอาจจะช้าสักหน่อยเพื่อความเสถียรของการถ่ายโอนข้อมูล ยี่ห้อ รุ่นของ เมมโมรี่ การ์ด หากพิจารณาสามขั้นแล้วยังไม่แน่ใจ มาที่เรื่องของยี่ห้อ รุ่น

grip กล้องมีประโยชน์อย่างไร

grip

ตั้งแต่โลกของเราได้เปลี่ยนผ่านจากกล้องฟิล์ม มาเป็นกล้องดิจิตอลแล้ว นอกจากกล้องจะมีการพัฒนาไปเรื่อยๆตามเทคโนโลยีแล้ว อุปกรณ์เสริมเกี่ยวกับกล้องก็มีขึ้นมาเยอะตามไปด้วย เพื่อให้การถ่ายรูปด้วยกล้องดิจิตอลทำได้ดีขึ้นเรื่อยๆ อย่างเช่น grip (กริป) ที่หลายคนอาจจะไม่รู้จักเลยด้วยซ้ำ ว่ามันคืออะไร Grip คืออะไร มาทำความรู้จักมันเสียก่อน เจ้า Grip นี้คืออุปกรณ์เสริมสำหรับกล้องดิจิตอล รูปร่างจะคล้ายๆกับแถบอะไรสักอย่างหนาหน่อย โดยมันจะใช้งานด้วยการติดเข้าไปที่ด้านล่างของกล้องแบบ DSLR ด้านในจะเป็นช่องสำหรับใส่แบตเตอรี่เสริมได้สองก้อน หรือบางรุ่นจะเป็นการใส่ถ่าน AA ได้สองก้อนแทน Grip ทำหน้าที่อะไรได้บ้าง อุปกรณ์เสริมตัวนี้ของกล้องดิจิตอลนั้น หลักๆเลยจะทำหน้าที่เป็นแหล่งพลังงานสำรองให้กับกล้องของเราให้ช่างภาพสามารถถ่ายภาพได้นานขึ้นกว่าเดิม จากแบตเตอรี่เพียงแค่ก้อนเดียวอาจจะไม่พอ ก็จะเพิ่มขึ้นเป็นสองก้อนจะทำให้ใช้งานได้นานขึ้น ยิ่งถ้าใครไปถ่ายงานบางแห่งที่ไม่มีที่ชาร์ตแบตระหว่างทำงานนี่การใช้ Grip จะเป็นตัวช่วยได้ดี ประโยชน์อื่นของ Grip ไม่เพียงแค่เรื่องของแบตเตอรี่ เท่านั้นที่ Grip ช่วยเรา อุปกรณ์เสริมชิ้นนี้ยังช่วยเหลือด้านอื่นให้ช่างภาพด้วย เริ่มจากช่างภาพบางคนมือใหญ่ นิ้วใหญ่ แต่กล้องมันเล็กการติดตั้งกริปก็จะช่วยให้จับได้ถนัดมือมากขึ้น ยิ่งการถ่ายภาพแนวตั้งที่เราต้องยกข้อศอกขึ้นสูงอาจจะทำให้ภาพออกมาไม่สวยได้ แต่หากติดตั้งไปแล้วจะทำให้จับถนัดมือมากกว่าในภาพแนวตั้งรวมถึงการจัดองค์ประกอบภาพแนวตั้งจะไม่เอียงด้วย หรือจะเป็นภาพมุมต่ำที่เราต้องก้มตัวลงจนถึงต้องหมอบการติดตั้ง Grip จะช่วยให้เราถ่ายภาพมุมนี้ได้ดีกว่า สามกล้องมีน้ำหนักมากขึ้นทำให้เราจับได้ถนัดกดชัตเตอร์ได้มั่นคงมากขึ้นภาพสั่นไหวน้อยลง สี่เรื่องของน้ำหนักกริปจะถ่วงน้ำหนักของเลนส์ที่เราติดตั้งนั้นไม่ให้กล้องโน้มไปข้างหน้ามากไป ทำให้น้ำหนักสมดุลนั่นเอง ห้าเรื่องภาพลักษณ์ที่หลายคนบอกว่าติด Grip แล้วมันทำให้ดูเท่ห์ขึ้นกว่าเดิม อันนี้ก็เป็นความคิดเห็นส่วนบุคคลนะ ข้อเสียของ Grip อย่างไรก็ตามการติดตั้ง Grip

แนะนำเลนส์กล้องยอดนิยมที่นักเล่นกล้องมือใหม่ไม่ควรพลาด

Nikon AF-S DX Nikkor 18-105mm f/3.5-5.6G ED VR

การเล่นกล้อง การถ่ายภาพเป็นกิจกรรมงานอดิเรกอีกอย่างหนึ่งที่หลายคนหันมาให้ความสนใจเป็นอย่างมาก ยิ่งยุคดิจิตอลด้วยแล้วยิ่งทำให้การเล่นกล้องเข้าถึงได้ง่ายกว่าเดิม อุปกรณ์ต่างๆก็หาได้ง่ายมากขึ้น เลนส์ถือว่าเป็นอุปกรณ์ที่สำคัญอย่างมากในการศึกษาเรื่องกล้อง หากเราเป็นมือใหม่ จะเอาเลนส์ไหนมาเล่นดี เป็นคำถามที่น่าสนใจ เราเลยหยิบบางตัวมาแนะนำกัน Nikon AF-S DX Nikkor 18-105mm f/3.5-5.6G ED VR เริ่มกันที่เลนส์ตัวน่าสนใจจากยี่ห้อที่นักเล่นกล้องหลายคนเชื่อมืออย่าง Nikon รุ่นนี้ถือว่าเป็นรุ่นยอดฮิตของคนเล่นกล้องเค้าเลย เลนส์ตัวนี้มีระยะอยู่ที่ 18-105 มม. จุดเด่นของเค้าเริ่มตั้งแต่การจัดการกับภาพมุมกว้างได้อย่างน่าพอใจ สองเป็นการถ่ายภาพพอร์ทเทรตที่ก็ทำให้ภาพออกมาสวยถูกใจคนถ่าย เลนส์มีระบบป้องกันภาพสั่นไหวถ่ายแล้วไม่ต้องมาเสียอารมณ์ รูรับแสงอยู่ที่ f/3.5-5.6 ถือว่าเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี Canon EF 24-105mm f/4L IS USM แคนนอนเองก็มีเลนส์ที่น่าสนใจเหมือนกัน Canon EF 24-105mm f/4L IS USM จัดว่าเป็นตัวทีเด็ดของเลนส์ค่ายนี้เลย เริ่มต้งแต่ระยะ 24-105 รองรับการถ่ายภาพได้ทุกแนว ไม่ว่าจะเป็น ภาพกว้าง ภาพพอร์ตเทต ทีเด็ดอีกเรื่องเป็นรูรับแสงที่กว้างพอตัวหากเทียบกับรุ่นใกล้เคียงกันที่ f/4 นอกจากนั้นใครเป็นสายขาลุยตัวนี้กันน้ำ กันฝุ่น กันกระแทกรับรองว่าไปเที่ยว

มือใหม่ ควรเลือกเลนส์กล้องอย่างไร

การถ่ายภาพเป็นกิจกรรมงานอดิเรกที่มาแรงมาก นั่นทำให้วงการกล้อง อุปกรณ์ต่างๆขายดิบ ขายดีตามกันไปด้วย เลนส์ ถือว่าเป็นอาวุธเด็ดของการเป็นนักถ่ายภาพมืออาชีพเลยทีเดียว หากเราเป็นมือใหม่ในวงการนี้แล้วอยากได้เลนส์มาเป็นผู้ช่วยสัก 1 ตัว อะไรเป็นสิ่งที่เราต้องรู้จักบ้าง ศึกษาคำศัพท์เฉพาะเกี่ยวกับเลนส์กล้อง ก่อนอื่นเลย หากเราจะไปซื้อเลนส์ เรื่องแรกคือเราต้องรู้จักคำศัพท์เฉพาะ และอ่านชื่อรุ่นของเลนส์นั้นให้เป็น ไม่ว่าจะเป็นค่า f ระยะโฟกัส ประเภทของเลนส์ และคำศัพท์อื่น ที่ต้องศึกษาให้เข้าใจเสียก่อน นั่นจะทำให้เราเข้าใจเลนส์ที่เราจะซื้อว่าสามารถตอบสนองความต้องการของเราได้ดีหรือไม่ ดูความต้องการของตัวเอง เมื่อเราพอมีความรู้ ศึกษามาพอสมควร อ่านชื่อรุ่นและข้อมูลเบื้องต้นได้แล้ว เรื่องต่อไปนั่นก็ต้องกลับมาดูที่ตัวเองแล้วว่าตัวเราต้องการเลนส์แบบไหน โดยเราต้องดูว่าเราอยากได้เลนส์ไปถ่ายงานแบบไหน หากต้องการถ่ายภาพคนเป็นหลักก็ควรมุ่งไปที่เลนส์ฟิกส์ แต่ถ้าใครอยากถ่ายภาพแบบธรรมชาติ วิวทิวทัศน์ เราก็ควรไปใช้เลนส์มุมกว้างจะเก็บภาพได้เยอะกว่า ละเอียดกว่า หากไม่รู้แนะนำว่าไปหาทางทดลองเลนส์แต่ละอย่าง ซื้อเลนส์ มือหนึ่งหรือมือสอง เรื่องต่อไปที่หน้าใหม่สับสนอยู่พอสมควรนั่นคือ การเลือกซื้อเลนส์นั้นควรจะเลือกเลนส์มือหนึ่ง หรือ มือสองดี แน่นอนว่าการซื้อมือหนึ่งอาจจะทำให้มือใหม่ที่ทุนทรัพย์ไม่พออาจจะสู้ไม่ไหว แต่การซื้อมือสองเองแม้ว่าอาจจะเงินพอ แต่สิ่งที่เป็นความเสี่ยงเป็นเรื่องคุณภาพของภาพที่อาจจะไม่คมชัด รวมถึงซื้อมาแล้วไม่เข้ากับกล้องเราด้วย ซื้อเลนส์กี่อันดี มือใหม่สิ่งที่เจอปัญหาอย่างหนึ่ง เรื่องเลนส์นั่นคือจะซื้อเลนส์กี่อันดี มือใหม่บางคนซื้อเลนส์มาใช้เยอะมาก แต่ปัญหาคือไม่ค่อยได้ใช้เท่าที่ควรปล่อยให้เก่าทิ้งไปอย่างน่าเสียดาย เราขอแนะนำว่าหากเป็นมือใหม่ให้เลือกซื้อเลนส์มาใช้จนคล่องก่อน 1 ตัว แล้วค่อยขยายความเพิ่มเติมตัวที่ 2 ,3 ,4 ต่อไป หรือไม่รู้จะซื้อเลนส์แบบไหน

แนะนำไลก้า Leica M 10 กล้องถ่ายรูปรุ่นใหม่ล่าสุด ล้ำค่าที่สุดที่ช่างภาพใฝ่ฝัน

กล้อง

ในบรรดากล้องถ่ายรูปที่มีขายในท้องตลาดทั่วโลก สำหรับช่างภาพมืออาชีพหรือแม้แต่ช่างภาพมือสมัครเล่นหรือผู้ที่พิศมัยการถ่ายภาพคงจะไม่มีใครที่ไม่รู้จักกล้องถ่ายรูปจากบริษัทผู้ผลิตกล้องถ่ายรูปที่มีชื่อเสียงมายาวนาน เป็นตำนานของกล้องถ่ายรูปนั่นก็คือ บริษัท Leica  ซึ่งเป็นบริษัทกล้องที่มีสัญชาติเยอรมัน  ด้วยคุณภาพที่การันตีมาจากชื่อเสียงที่เพาะบ่มมากว่า 100 ปีข้อเด่นของไลก้านอกจากประสิทธิภาพ มีเทคโนโลยีการถ่ายภาพที่ไม่เป็นรองใครแล้ว ยังอยู่ที่การออกแบบให้มีน้ำหนักเบาเมื่อเทียบกับกล้องของค่ายอื่นในยุคเดียวกันด้วย ตลอดระยะเวลากว่า 1 ศตวรรษ บริษัทผลิตกล้องยี่ห้อไลก้าได้ผลิตกล้องรุ่นต่าง ๆ ออกสู่ตลาดให้ชาวโลกได้ชื่นชมนวัตกรรมการเก็บภาพที่ทรงคุณค่าและกล้องที่มีประสิทธิภาพสูงมาโดยตลอด   จนกระทั่งปลายปี 2559 ที่ผ่านมานี้ ไลก้าได้เปิดตัวกล้องถ่ายรูปรุ่นใหม่ล่าสุดออกมาได้แก่ กล้องไลก้าในรุ่น Leica M 10กล้องรุ่นนี้นับว่าเป็นกล้องในรูปแบบ Rangefinder  ซึ่งอยู่ในหมวดกล้องตระกูล M ที่มีวิวัฒนาการของเทคโนโลยีมายาวนาน กล้องตัวนี้นับว่าไม่ทำให้คนรักกล้องรวมถึงช่างภาพทั่วโลกผิดหวัง เพราะยังคงเอกลักษณ์ความเป็นกล้องในตระกูล M ไว้ได้ครบถ้วน ทั้งในด้านของรูปโฉมภายนอกที่ยังคงสวยในแบบคลาสสิคที่เมื่อพบเห็นในมือช่างภาพคนใดเพียบแว้บเดียวก็รู้ว่านี่คือไลก้าอย่างแน่นอน  ในด้านคุณภาพยิ่งไม่ต้องพูดถึงเป็นเลิศในมาตรฐานของไลก้าอย่างไม่ต้องสงสัย  ความแตกต่างที่ผ่านการพัฒนาไปอีกขั้นจาก รุ่น M 9 ก็คือ ความละเอียดที่มากกว่า M10  รุ่นนี้มีความละเอียดถึง 24 ล้านพิกเซล ในขนาดภาพfull frame มี Noise ต่ำ ในการปรับค่า

สุดยอดกล้องฟรุ้งฟริ้งขั้นเทพ Casio ZR3500

กล้องถ่ายรูป

กล้องฟรุ้งฟริ้งขั้นเทพอีกตัวที่กำลังเป็นที่นิยมกระแสฮอตฮิตในขณะนี้ ไม่ว่าจะเป็นหนุ่มหรือสาวต่างก็พร้อมใจยกให้กล้อง Casio ZR3500 เป็นอันดับหนึ่งในใจ เพราะถ้าคุณเป็นคนที่ชื่นชอบการเซลฟีแบบเดียวหรือจะมาเป็นกลุ่มกล้องตัวนี้ตัวเดียวเอาอยู่อย่างแน่นอน ภาพถ่ายที่ออกมาการันตีได้ว่าสวยเนียนมากจนอยากจะร้องกรี๊ด ฉะนั้นวันนี้เราจึงพามารู้จักฟังก์ชั่นการใช้งานของกล้อง Casio ZR3500 กล้องฟรุ้งฟริ้งขั้นเทพที่จะช่วยให้คุณต่อยอดจินตนาการออกไปได้อย่างไม่สิ้นสุด คุณสมบัติ สเปก และฟังก์ชั่นที่สุดยอดกว่าเดิม ความละเอียดของกล้องจะอยู่ที่ 1 MP ทำให้คุณสามารถถ่ายภาพเคลื่อนไหวที่ให้ความคมชัดระดับ Full HD พร้อมฟีเจอร์โฟกัสแบบอัตโนมัติ เพิ่มอิสระการเซลฟีด้วยหน้าจอที่สามารถพับกลับไปมาได้ พร้อมทั้งปรับโฟกัสภาพอัตโนมัติได้อย่างรวดเร็ว มีความแม่นยำต่อเนื่องกันทุกช่วงเวลาทำให้ภาพถ่ายของคุณไหลลื่นอย่างไม่มีสะดุด ด้วยหน้าจอที่มีขนาดกว้าง 3 นิ้วและพลิกกลับด้านได้ถึง 180 องศา คุณจึงถ่ายตัวเองได้ได้อย่างสะดวก ไม่ต้องกลัวว่าจะติดวงแขนเข้าไปด้วย อำนวยความสะดวกด้วยปุ่มชัตเตอร์ด้านหน้า เพื่อช่วยให้คุณถ่ายเซลฟีตัวเองในประสิทธิภาพสูงสุด สามารถตั้งค่าได้ว่าจะให้ถ่ายทันทีที่กด หรือจะหน่วงเวลาไว้ 2 วิ เพื่อให้คุณได้มีเวลาหันหน้าไปทำท่าตามสไตล์คุณได้อีกด้วย เอาใจสาวๆเหล่าบรรดาสาวกชอบภาพถ่ายฟรุ้งฟริ้งกับฟังก์ชั่นโหมด ( Make-Up) ที่จะช่วยให้คุณขาววิ้ง เรียบเนียนสวย แถมยังตั้งค่าให้เหมาะกับสภาพสีผิวได้อย่างง่ายดายกับ 2 โหมด คือ Skin Tone :

Sony KW11 สุดยอดกล้องฟรุ้งฟริ้งสำหรับสาวยุคใหม่

กล้องถ่ายรูป

ในยุคสมัยนี้ถ้าให้พูดถึงกล้องฟรุ้งฟริ้งคงมีน้อยคนนักที่จะไม่รู้จัก เพราะภาพถ่ายของเหล่าบรรดาเน็ตไอดอลที่โพสกันเต็มบนเฟชบุ้กล้วนแล้วแต่ผ่านการถ่ายภาพจากกล้องฟรุ้งฟริ้งมาทั้งนั้น ซึ่งแต่ละรุ่น แต่ละยี่ห้อก็จะมีลูกเล่น หรือรูปลักษณะภายนอกที่แตกต่างกันออกไป อย่างเช่นกล้อง Sony KW11 ที่เราจะมาแนะนำกันคงจะโดนใจสาวๆที่ชื่นชอบการเซลฟี่อย่างแน่นอนคะ กล้อง Sony KW11 เป็นกล้องนำเข้าจากประเทศญี่ปุ่นเจ้าแห่งเทคโนโลยีที่มีการพัฒนาลูกเล่นต่างๆเพื่อที่จะได้ตอบสนองความต้องการของสาวๆในยุคปัจจุบันที่เริ่มหันมารักการถ่ายภาพรูปแบบเซลฟี่ รวมทั้งการตกแต่งภาพให้สวยใสเรียบเนียน สร้างมิติให้ดูสวยกันมากขึ้น ตลอดจนการถ่ายภาพเพื่อที่จะได้แชร์ลงสู่โลกโซเชียลอย่างง่ายดาย เพราะฉะนั้นผู้ผลิตจึงพยายามอัดฟังก์ชั่นต่างๆ ด้วยเทคโนโลยีสุดไฮเทคที่มาพร้อมด้วยคุณสมบัตินานัปการเรียกได้ว่า เป็นตัวช่วยให้สาวๆได้เติมอิ่มกับไลฟ์สไตล์ของตัวเองได้อย่างเต็มที่แบบไร้ขีดจำกัด โดดเด่นด้วยลูกเล่นที่เหมาะสำหรับการใช้ถ่ายภาพและช่วยปรับแต่งภาพเพื่อให้ได้ภาพที่มีความงดงามตามสไตล์ที่ต้องการ เช่น โหมด Beauty Effect สาวๆสามารถเลือกแต่งแต้มความงามที่ถูกใจก่อนหรือหลังการถ่ายภาพก็ได้ หรืออยากจะให้ผิวเนียนสวยใสขนาดไหนก็ปรับโทนสีผิว ความเรียบเนียบของผิวในขณะถ่ายภาพแบบง่ายๆ นอกจากนั้นเมื่อถ่ายภาพเสร็จก็ยังมาแต่งรูปให้เป๊ะสมใจอีกด้วย เพราะมีโหมดการแต่งภาพให้เลือกถึง 5 โหมด ประกอบด้วย การปรับสีผิว, ความเรียบเนียนของผิว, ขนาดดวงตา, ปรับโครงหน้าให้ผอม และลบความมันบนใบหน้า ทำให้สาวๆไม่ต้องเสียเวลาไปแต่งภาพในคอมพิวเตอร์หรือโหลดแอพมาแต่งภาพในภายหลัง อีกสิ่งหนึ่งของกล้องที่จะไม่กล่าวถึงไม่ได้เลยก็คือ การออกแบบที่ดูโดดเด่นมีเอกลักษณ์ดีไซน์ที่ไม่เหมือนใคร ด้วยรูปทรงคล้ายขวดน้ำหอม สีวาวเนียนสวยหรู มีให้เลือกถึง 4 สีพาสเทลประกายมุก คือ สีขาวมุก, เขียวมุก, ชมพูมุก, ม่วงมุก มาพร้อมกับความเลอค่าด้วยคริสตัล Swarovski ในขนาดที่เหมาะมือ

Panasonic GF7 กล้องสำหรับคนรักการเซลฟี

สำหรับใครที่กำลังมองหากล้องที่พกพาสะดวก ขนาดกระทัดรัด บุกเหนือล่องใต้ด้วยกันอย่างเต็มที และเน้นการถ่ายเซลฟีให้ออกมาสวย คมชัด ก็ต้อง กล้อง Panasonic GF7 ที่จะตอบสนองความต้องการของคุณได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพราะในตัวกล้องจะมีคุณสมบัติเด่นๆคือ จอภาพขนาด 3 นิ้วที่ให้ความละเอียดถึง 1.04 ล้านจุด หน้าจอภาพสามารถบิดกลับมา เพื่อมองภาพที่กำลังถ่ายได้ เหมาะสำหรับการเซลฟีโดยเฉพาะ อัจฉริยะด้วยระบบให้การช่วยเหลือขนาดที่คุณกำลังเซลฟี ด้วย 2 ระบบ ทั้งแบบ Face Shutter แค่ยกมือก็ลั่นชัตเตอร์ถ่ายภาพได้ และระบบ Buddy Shutter ที่คุณเพียงแค่เอียงศีรษะของ 2 คนเข้าหากันกล้องก็จะถ่ายภาพให้ทันที ความละเอียดของภาพคือ 16 ล้านพิกเซล Live MOS เซ็นเซอร์ ระบบ Micro Four Thirds มีระบบการโฟกัสที่รวดเร็ว แม้แต่ในที่มืดเพียง -4 EV ก็สามารถจับโฟกัสภาพได้อย่างสบาย แชร์ภาพได้ทันใจกับระบบ Wi-Fi

เปิดประสบการณ์ใหม่ของการเซลฟีกับกล้อง Olympus

กล้องถ่ายรูป

สุดยอดกล้องเซลฟีแห่งยุค ที่ทำให้ทุกการเซลฟีของคุณเป็นเรื่องง่ายเพียงแค่สัมผัสหน้าจอ หรือกดปุ่มชัตเตอร์ คุณก็สามารถสร้างสรรค์ภาพเซลฟีที่สวยตามสไตล์ของคุณด้วยกล้อง Olympus Pen EPL7 ที่มีฟังก์ชั่นมาพร้อมให้คุณสนุกสนานบันเทิงเก็บภาพสวยๆด้วยตัวคุณเองกับหน้าจอที่มีขนาดใหญ่ที่มีความละเอียดสูงทำให้ได้ภาพที่คมชัดเสมือนตัวจริง รูปแบบของกล้อง Olympus Pen EPL7 ลักษณะการออกแบบพิเศษของกล้อง Olympus ตระกูล PEN ในทุกรุ่นจะเลือกใช้เป็นวัสดุที่เป็นพลาสติกคุณภาพสูงผสมเข้าด้วยกับอะลูมิเนียมเพื่อเพิ่มความแข็งแรงให้กับภายใน ตัวกริปจับยังเป็นยางหุ้มด้วยหนังเทียม ทำให้เวลาจับที่ตัวกล้องจะรู้สึกกระชับมือเป็นอย่างมาก สำหรับด้านหลังกล้องก็จะมีวัสดุที่เป็นแบบเดียวกันไว้ใช้เป็นที่พักนิ้วโป้งและช่วยทำให้จับถือได้แน่นขึ้น) ส่วนตัวกล้องจะเป็นพลาสติกที่ออกแบบลวดลายให้มีความคล้ายกับหนังดูแล้ววินเทจมากๆ ส่วนขนาดของตัวกล้องจะมีความกว้างที่ 113 มิลลิเมตร ความหนา 39 มิลลิเมตร ส่วนสูง 69 มิลลิเมตร และน้ำหนักรวมแบตเตอรี่จะอยู่ที่ 357 กรัม ซึ่งขนาดของกล้องจะค่อนข้างกระทัดรัดพอดีพกพาใส่กระเป๋าไปไหนมาไหนสะดวกสบายตามแนวของกล้องมิร์เรอร์เรส เมื่อพลิกกลับมาด้านหลังของกล้องจะพบกับหน้าจอ TFT-LCD แบบ Tilting สามารถปรับเปลี่ยนองศาได้ถึง 180 องศา มาพร้อมกับหน้าจอขนาด 3 นิ้วให้ความละเอียด 1,037,000 จุด พิเศษด้วยการรองรับการสัมผัสเฉพาะเลือกจุดโฟกัสและกดชัตเตอร์ถ่ายภาพผ่านหน้าจอด้วยโหมดเซลฟี จุดเด่นของกล้อง เป็นอีกหนึ่งรุ่นของ Olympus ที่ให้อิสระในการปรับแต่งภาพ เช่น Picture Mode ที่ผู้ใช้สามารถเลือกปรับโทนภาพ สี